ซีนสเปซ เตรียมทุ่มงบ 330 ล้านบาท ผุด “ซีนสเปซ หัวหิน” คอมมูนิตี้มอลล์ติดชายหาดแห่งแรกในเมืองไทย เจาะกำลังซื้อนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

ซีนสเปซ เตรียมทุ่มงบ 330 ล้านบาท ผุด “ซีนสเปซ หัวหิน” คอมมูนิตี้มอลล์ติดชายหาดแห่งแรกในเมืองไทย เจาะกำลังซื้อนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
 
นายอัครเดช พันธิสุนทร ประธานบริหาร บริษัท ซีนสเปซ จำกัด เจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์ “ซีนสเปซ ทองหล่อ”  เปิดเผยว่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกภายใตแบรนด์ ซีนสเปซ 13 ย่านทองหล่อเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทจึงเดินหน้าขยายธุรกิจ โดยได้วางแผนเปิดตัวคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้แบรนด์เดียวกันที่เมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง หัวหิน ในจังหวัดประจวบศีรีขันธ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2558
 
สำหรับซีนสเปซ หัวหิน นั้นจะพัฒนาบนพื้นที่ 5 ไร่ ขนาด 13,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนราว 330 ล้านบาท โดยจุดเด่นของโครงการดังกล่าวคือจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกของประเทศไทยที่อยู่ติดชายหาดหัวหิน โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจากกรุงเทพฯ 60% และอีก 40 %เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ
 
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดให้ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่เข้าชมโครงการตัวอย่างได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยหลังจากที่เปิดให้บริการในช่วงกลางปีหน้าแล้ว คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 7 ปี 
 
“ตลาดหัวหินในขณะนี้ยังมีคอมมูนิตี้มอลล์ไม่มากนัก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการรุกพัฒนาโครงการของเราในครั้งนี้ และบริษัทมีแผนจะบุกตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ต่อเนื่องเพราะเป็นสิ่งที่มีความถนัดที่สุด และจะขอโฟกัสในการพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์เพียงอย่างเดียวไปก่อน” นายอัครเดช กล่าว
 
สำหรับโครงการ ซีนสเปซ 13 ที่ย่านทองหล่อนั้น รายได้ในช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 50 ล้านบาท โดยรายได้มาจากการเช่าพื้นที่ของผู้เช่าทั้งหมด 100% และปัจจุบันมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 1,500 คนต่อวัน

มหกรรมการเงินและการวางแผนการลงทุน Post Today Expo 2014 เปิดฉากแล้ววันนี้

มหกรรมการเงินและการวางแผนการลงทุน Post Today Expo 2014 เปิดฉากแล้ววันนี้ พร้อมกิจกรรม สัมมนา และเวิร์คชอปตลอด 3 วัน ณ เพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 
งานดังกล่าวจัดโดยบริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) ผู้พิมพ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์และบางกอกโพสต์ โดยรวบรวมสินค้าและบริการด้านการเงินและการลงทุนครบวงจรจากสถาบันการเงินและการลงทุนชั้นนำ อีกทั้งยังมีนิทรรศการให้ความรู้ทางการเงินในด้านต่างๆ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ ท่องเที่ยว SME และแฟรนไชส์ ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ การศึกษา และด้านไอที พร้อมกิจกรรมสาระและความบันเทิง
 
นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังจะได้รับคำแนะนำจากนักลงทุนมืออาชีพและกูรูผู้เชี่ยวชาญที่จะมาแนะวิธีชี้ช่องทางการลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยไฮไลท์หัวข้อสัมมนาบนเวที อาทิ วางแผนภาษีชี้ช่องทางเพิ่มความรวย โดยคุณกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ระหว่างเวลา 13.15-14.45 น. ในวันที่ 1 สิงหาคม 2557 และเคล็ดลับลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  โดยคุณอัญพัชร์ ทรัพย์ยืนยง นักลงทุนคอนโดมิเนียม และคุณวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ช่วงเวลา 15.15-16.15 น. ในวันเดียวกัน 
 
สำหรับพิธีเปิดงานในวันนี้จะได้รับเกียรติจาก ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการ บริษัท โพสต์ พับบลิชชิง จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ “ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน”
 
พบกับ DDproperty.com ได้ที่บูธ 06 พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกและรับของที่ระลึกกลับบ้าน 

พลัสฯ เผยอาคารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้าลัดวงจร แนะเจ้าของให้ความ

พลัสฯ เผยอาคารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้าลัดวงจร แนะเจ้าของให้ความสำคัญในการหาคนมาดูแลจัดการ พร้อมเดินหน้าจับมือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และพีซีเอสจัดสัมมนาด้านการจัดการอสังหาฯ ครั้งใหญ่ ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2557 นี้
 
นายชาญ ศิริรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรเปิดเผยว่าปัจจุบันแนวโน้มธุรกิจบริหารทรัพยากรอาคารมีโอกาสเติบโตสูงสอดคล้องกับการเติบโตของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย เนื่องจากองค์กรต่างๆ เริ่มทราบถึงความสำคัญและประโยชน์ของการบริหารจัดการอาคาร ทั้งในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินนั้น  
 
จากการสำรวจตลาดอาคารในเขตกรุงเทพฯ โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่ามีอาคารสูง 7 ชั้นและสูงเกิน 30 ชั้นจำนวนกว่า 3,000 อาคาร  แบ่งเป็นอาคารใหม่อายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งมีไม่ถึง 1,000 อาคาร คิดเป็นสัดส่วน 33.33% และที่น่าเป็นห่วงคืออาคารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีอายุราว 20 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นอาคารที่มีความเสี่ยงในด้านไฟฟ้าลัดวงจร เหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นต้น จำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาจัดระบบวิศวกรรมอาคารให้สามารถใช้งานได้  ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าของค่าเช่าให้กับเจ้าของอาคารได้ในระยะยาว  
 
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคารโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่เกณฑ์ 108 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งค่าไฟถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สัดส่วนสูงที่สุดเกินกว่า 50% และหากมีการบริหารพฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้อาศัยในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ได้ราว 5-6%
 
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับความรู้และให้คนในธุรกิจอสังหาฯ รวมถึงคนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการอาคารและอสังหาฯ บริษัทจึงได้ร่วมกับบริษัท พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดประชุมสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ Facility Management Thailand 2014 : Managing facilities towards innovative dimension for business value creation and green environment ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2557 นี้ ณ โรงแรมสยามเคมเปนสกี้  กรุงเทพฯ  โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมให้ข้อมูลและแชร์ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาคาร 
 
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร. เสริชย์  โชติพานิช รองคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าจากการวิเคราะห์และประมาณการเบื้องต้นของศูนย์ศึกษาการบริหารทรัพยากรกายภาพ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ พบว่าปัจจุบันธุรกิจบริหารจัดการอาคารในเมืองไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 20,000 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องในการทำงานกว่า 50,000 คน และยังมีแนวโน้มการเติบโตในอนาคตเช่นเดียวกับแนวโน้มความต้องการของตลาดในด้านดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเออีซีที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนและเกิดการเช่าอาคารสำนักงาน ตลอดจนถึงการพักอาศัย การซื้อขายสินค้า และการใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น